Interior Design

Interior Design

May 11, 2022 Services 0

Interior Designer แปลตรงตัวได้ว่า นักออกแบบตกแต่งภายใน หรือเราอาจจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่ามัณฑนากรก็ได้ คำทั้งสองคำนี้มีความหมายเหมือนกัน แต่ในบทความต่อไปนี้ เราจะใช้คำว่า นักออกแบบตกแต่งภายในหรือ Designer เท่านั้น

จำเป็นต้องมีนักออกแบบตกแต่งภายในหรือไม่?
อันที่จริงแล้ว งานตกแต่งภายใน ไม่แตกต่างอะไรไปจากการทำอาหารที่ทุกคนสามารถทำกันเองได้ เพียงแต่ว่านักออกแบบตกแต่งภายในก็เหมือนพ่อครัว ที่จะสามารถทำอาหารได้อร่อย และรวดเร็ว ซึ่งคุณสามารถ เลือกทานได้โดยไม่จำเป็นต้องไปหัดทำให้เสียเวลาและเหน็ดเหนื่อยโดยไม่จำเป็นนักออกแบบตกแต่ง
ภายในที่ดี มักจะออกแบบและเขียนแบบรายละเอียด ให้คุณสามารถใช้เป็นเสมือนเข็มทิศ ในการตกแต่งบ้านคุณให้ประสพความสำเร็จตามความประสงค์ได้เป็นอย่างดี การตกแต่งบ้านโดยปราศจากแบบหรือนักออกแบบตกแต่งภายในแล้ว เปรียบเสมือนการเดินท่องป่าโดยไร้แผนที่และเข็มทิศเลยทีเดียวหากจะว่าไปแล้ว ประโยชน์ของการว่าจ้างนักออกแบบตกแต่งภายในมืออาชีพ เมื่อเปรียบเทียบกับการที่ลูกค้าจะลงมือออกแบบและทำเองนั้น สามารถแบ่งได้เป็น 5 ข้อใหญ่ดังต่อไปนี้

1. ประหยัดเวลา นักออกแบบตกแต่งภายในมืออาชีพมักจะมีประสพการณ์ และวิธีการทำงานอย่างเป็นระบบ ทำให้งานที่ยากกลับกลายเป็นง่ายและรวดเร็ว ทำให้ลูกค้าประหยัดเวลาที่ต้องทุ่มเทให้กับงานตกแต่งนี้ไปทำงานประจำของตนเอง ที่สร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำได้มากกว่า

2. ประหยัดค่าใช้จ่าย บางครั้ง อาจดูเหมือนว่าการว่าจ้างนักออกแบบตกแต่งภายในนั้นเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยโดยไม่จำเป็น แต่ในความเป็นจริงแล้ว หากคุณต้องการตกแต่งภายในที่มีมูลค่าโครงการ ตั้งแต่ 5 แสนบาทขึ้นไป การใช้บริการของนักออกแบบตกแต่งภายใน จะช่วยคุณประหยัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นต่างๆ ได้มากเลยทีเดียวนอกจากนี้ นักออกแบบตกแต่งภายในที่ดียังสามารถให้คำแนะนำในการเลือกซื้อสินค้า หรือของประดับตกแต่งต่างๆที่ได้มาตราฐาน และหลีกเลี่ยงสินค้าที่มีคุณภาพต่ำ หรือมีอายุการใช้งานน้อย ซึ่งเป็นการลดค่าเสียหายจากการลองผิดลองถูกต่างๆ ได้เป็นอย่างดี รวมทั้งนักออกแบบที่มีประสพการณ์ การทำงานสูงๆจะสามารถแนะนำให้ลูกค้าหลีกเลี่ยงจากผู้รับเหมา ที่ดูไม่มั่นคงหรือมีแนวโน้มจะทิ้งงาน อันจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างมากกับลูกค้าในภายหลังได้อีกด้วย

3. ตรงตามประโยชน์ใช้สอย การจัดแบ่งพื้นที่หรือวางผังนั้น จำเป็นต้องใช้นักออกแบบที่มีประสพการณ์พอสมควร จึงจะสามารถ แบ่งพื้นที่ใช้สอยให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า และมีความสวยงามไปพร้อมๆ กัน บ่อยครั้งที่ลูกค้าแบ่งพื้นที่เองแล้วไม่เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น เล็กเกินไป หรือใหญ่เกินไปตลอดจนอาจมีลำดับการใช้งานที่ไม่ถูกต้องทำให้ลูกค้าไม่สามารถ ใช้งานได้สะดวกทั้งๆ ที่ได้เสียเงินไปแล้วการใช้บริการของนักออกแบบ ที่มีประสพการณ์จะมีประโยชน์และแก้ปัญหาในด้านการจัดแบ่งพื้นที่ ได้มากเลยทีเดียว

4. สวยงาม นักออกแบบตกแต่งภายในส่วนใหญ่ มักจะมีความสามารถพิเศษ ในการสร้างผลงานออกแบบได้สวยงามอย่างที่คุณคาดไม่ถึง และนักออกแบบบางรายก็จะมีหนังสืออ้างอิงที่ดีๆ ให้ลูกค้าอ่านและดู เพื่อสร้างเสริมจินตนาการของตนได้เป็นอย่างดี

5. เป็นที่ปรึกษาที่ดีในงานตกแต่งภายใน บ่อยครั้ง ที่ลูกค้าที่ ทำการตกแต่งภายในเองมักจะมีปัญหาจุกจิกต่างๆที่ไม่รู้ว่าจะถามหรือปรึกษากับใคร รวมทั้ง การทำงานตกแต่งบ้านมักจะมีขั้นตอนมากมาย (หากคุณต้องการให้บ้านออกมาสวย) และกลายเป็นปัญหาใหญ่ๆ ได้ง่ายๆ ทำให้ลูกค้าหลายท่านที่ทำบ้านเอง ถึงกับถอดใจหรือตั้งใจว่าจะไม่สร้างบ้านหรือตกแต่งบ้านเองอีกเลย ดังนั้น การว่าจ้างนักออกแบบตกแต่งภายในมืออาชีพนั้น เป็นทางเลือกที่ดี โดยลูกค้าจะขอคำปรึกษาหรือขอความช่วยเหลือได้ตลอดเวลา รวมทั้งในกรณีที่ลูกค้า หมดกำลังใจหรือท้อแท้ นักออกแบบตกแต่งภายในจะกลายเป็นผู้ให้กำลังใจที่ยอดเยี่ยมเลยทีเดียว

ซึ่งหากพิจารณาดูตามสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันแล้ว ลูกค้าจำนวนมากหันมาว่าจ้างนักออกแบบตกแต่งภายใน เนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจำเป็น และมีประโยชน์ (โดยเฉพาะใน กรณีที่คุณมีงบประมาณมากๆ และไม่ต้องการ โดนใครหลอก) ซึ่งในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างนักออกแบบ ตกแต่งภายใน จะมีราคาถูกมากเมื่อเปรียบเทียบกับค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นพร้อมทั้งปัญหาไร้สาระต่างๆ มากมายที่จะระดมเข้ามาทำให้คุณปวดหัวไมสิ้นสุด ซึ่งเมื่อแลกกับจำนวนเงินค่าจ้างนักออกแบบตกแต่งภายในที่ไม่สูงมาก
แล้วจัดว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากเลยทีเดียว